เทคโนโลยีและราคาฟันปลอมสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทยในปี 2026

ผู้สูงอายุจำนวนมากในประเทศไทยกำลังมองหาทางเลือกด้านฟันปลอมและรากฟันเทียมที่ทั้งมั่นใจ ใช้งานสะดวก และคุ้มค่ากับงบประมาณในปี 2026 บทความนี้อธิบายเทคโนโลยีรากฟันเทียมสมัยใหม่ แนวโน้มบริการในประเทศ ตลอดจนโครงสร้างต้นทุนและช่วงราคาระดับคร่าวๆ เพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นภาพรวมก่อนปรึกษาทันตแพทย์และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเอง

เทคโนโลยีและราคาฟันปลอมสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทยในปี 2026

สำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย การมีฟันที่แข็งแรงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเคี้ยวอาหารเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการพูด การเข้าสังคม และความมั่นใจในแต่ละวัน เทคโนโลยีรากฟันเทียมและฟันปลอมสมัยใหม่ในปี 2026 จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้การใส่ฟันปลอมรู้สึกใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติยิ่งขึ้น ทั้งด้านความสบาย ความสวยงาม และความทนทานในระยะยาว

เมื่ออายุมากขึ้น ปัญหาสูญเสียฟันจากฟันผุ โรคเหงือก หรือโรคประจำตัวอื่นๆ มักเกิดร่วมกัน ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยต้องใช้ฟันปลอมถอดได้แบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรากฟันเทียมถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ฟันปลอมยึดเกาะแน่นขึ้น เคี้ยวได้ดีกว่า และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรถูกใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีใบอนุญาตสำหรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

รากฟันเทียมคืออะไรและเหมาะสำหรับผู้สูงอายุอย่างไร

รากฟันเทียมคือแท่งโลหะไทเทเนียมหรือวัสดุทางทันตกรรมเฉพาะที่ฝังลงในกระดูกขากรรไกร ทำหน้าที่เป็นรากฟันเทียมรองรับฟันปลอมหรือสะพานฟัน ส่วนที่เห็นในปากคือครอบฟันหรือฟันปลอมที่ต่อกับรากดังกล่าว สำหรับผู้สูงอายุ รากฟันเทียมช่วยลดปัญหาฟันปลอมเคลื่อน หลุดขณะพูดหรือเคี้ยว และช่วยให้สามารถเคี้ยวอาหารแข็งหรือเหนียวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับฟันปลอมถอดได้ลอยตัว

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคนที่จะเหมาะกับรากฟันเทียม ต้องประเมินสุขภาพช่องปากและสุขภาพกายโดยรวม เช่น ปริมาณกระดูกขากรรไกร โรคประจำตัวอย่างเบาหวาน โรคหัวใจ ยาเลือดบาง รวมถึงสุขอนามัยช่องปากในชีวิตประจำวัน ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ใช้รากฟันเทียมเพียงบางตำแหน่งเพื่อช่วยยึดฟันปลอมทั้งปาก แทนการฝังเต็มปากซึ่งมีต้นทุนสูงและใช้เวลารักษานานกว่า

เทคโนโลยีรากฟันเทียมในปี 2026 ที่ผู้สูงอายุควรรู้

เทคโนโลยีรากฟันเทียมในปี 2026 มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านวัสดุ เทคนิคผ่าตัด และการออกแบบฟันปลอมให้เข้ากับรูปหน้าและการสบฟันของผู้ป่วย ในประเทศไทย คลินิกและโรงพยาบาลขนาดใหญ่จำนวนมากเริ่มใช้ระบบสแกนช่องปากแบบดิจิทัลร่วมกับการถ่ายเอกซเรย์สามมิติ เพื่อวางแผนตำแหน่งรากฟันเทียมได้แม่นยำขึ้น ลดโอกาสกระทบเส้นประสาทหรือโพรงไซนัส และช่วยให้ผู้สูงอายุฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังผ่าตัด

อีกเทคโนโลยีที่สำคัญคือการใช้วัสดุเซรามิกหรือเซอร์โคเนียคุณภาพสูงสำหรับครอบฟัน ทำให้สีฟันกลมกลืนกับฟันธรรมชาติและมีความทนทานต่อการสึก การติดตั้งรากฟันเทียมแบบช่วยยึดฟันปลอมทั้งปาก เช่น ระบบมินิอิมแพลนต์หรือรากจำนวนน้อยที่ใช้ยึดฟันปลอมถอดได้ ก็ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้ฟันปลอมโดยไม่ต้องฝังรากจำนวนมากเหมือนการทำฟันติดแน่นเต็มปาก ซึ่งมักมีต้นทุนสูงและใช้เวลารักษานานกว่า

ในบางกรณี ทันตแพทย์อาจออกแบบแผนการรักษาแบบผสมผสาน เช่น ใช้รากฟันเทียมในตำแหน่งสำคัญด้านหน้าเพื่อรองรับการยิ้มและการพูด ขณะเดียวกันใช้ฟันปลอมถอดได้ร่วมด้วยในส่วนกรามหลัง วิธีนี้ช่วยให้ผู้สูงอายุได้สมดุลระหว่างความมั่นคง ความสวยงาม และต้นทุนที่จับต้องได้มากขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนแผนในอนาคตหากสภาพกระดูกหรือสุขภาพเปลี่ยนไป

ต้นทุนรวมและช่วงราคาของเทียมฟันในประเทศไทยในปี 2026

เมื่อตัดสินใจทำรากฟันเทียมหรือฟันปลอมสำหรับผู้สูงอายุ ต้นทุนรวมประกอบด้วยหลายส่วน เช่น ค่าตรวจและวางแผนรักษา ค่าถ่ายภาพเอกซเรย์และสแกนดิจิทัล ค่าอุปกรณ์รากฟันเทียม ค่าแลบทำฟันปลอม ค่าผ่าตัด รวมถึงค่าติดตามผลและซ่อมแซมในอนาคต ในประเทศไทยปี 2026 ช่วงราคามักแตกต่างตามเมือง ประเภทคลินิก ประสบการณ์ของทันตแพทย์ และยี่ห้อระบบรากฟันเทียมที่เลือกใช้ โดยข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงประมาณการจากแนวโน้มราคาล่าสุดที่มีอยู่


Product/Service Provider Cost Estimation (THB)
รากฟันเทียมต่อซี่มาตรฐานพร้อมครอบฟัน Bangkok Hospital Dental Center ประมาณ 60,000–90,000 ต่อซี่
รากฟันเทียมต่อซี่มาตรฐานพร้อมครอบฟัน Bumrungrad International Hospital ประมาณ 70,000–100,000 ต่อซี่
ฟันปลอมทั้งปากยึดกับมินิรากฟันเทียม Thantakit International Dental Center ประมาณ 150,000–250,000 ต่อขากรรไกร
ระบบรากฟันเทียมแบบทั้งขากรรไกร All-on-4 คลินิกทันตกรรมเอกชนในกรุงเทพฯหลายแห่ง ประมาณ 250,000–450,000 ต่อขากรรไกร

ราคา อัตรา หรือประมาณการค่าใช้จ่ายที่กล่าวถึงในบทความนี้อ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเองก่อนตัดสินใจด้านการเงินทุกครั้ง

ในทางปฏิบัติ ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สูงอายุอาจเพิ่มขึ้นหากต้องถอนฟันเพิ่มเติม รักษาโรคเหงือก เสริมกระดูก หรือยกไซนัสก่อนฝังรากฟันเทียม ขณะที่บางกรณีก็อาจประหยัดลงได้หากใช้รากฟันเทียมจำนวนไม่มากเพื่อช่วยยึดฟันปลอมถอดได้ แทนการทำฟันติดแน่นเต็มปาก ดังนั้นการขอใบเสนอราคาจากหลายสถานพยาบาลและสอบถามรายละเอียดสิ่งที่รวมในแพ็กเกจอย่างชัดเจนจึงมีความสำคัญ

ผู้สูงอายุในต่างจังหวัดหรือเมืองรองอาจพบว่าราคาการรักษาต่ำกว่ากรุงเทพฯ หรือเมืองท่องเที่ยวหลักเล็กน้อย แต่ควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ความสะดวกในการเดินทาง การติดตามผลระยะยาว และการมีทีมสหสาขาวิชาชีพคอยดูแล โดยเฉพาะในกรณีที่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง การเลือกสถานพยาบาลที่สามารถประสานงานระหว่างทันตแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และแพทย์เฉพาะทางอื่นๆ ได้อย่างใกล้ชิดจะช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการรักษา

อีกประเด็นสำคัญคือค่าใช้จ่ายต่อเนื่องหลังทำรากฟันเทียมหรือใส่ฟันปลอม ผู้สูงอายุควรเผื่อค่าใช้จ่ายสำหรับการตรวจติดตาม ทำความสะอาดมืออาชีพ และการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนฟันปลอมเมื่อเวลาผ่านไป หลายคลินิกอาจมีการรับประกันงานหรือส่วนลดสำหรับการดูแลต่อเนื่องช่วงปีแรกๆ ควรถามให้ชัดเจนว่าครอบคลุมอะไร และในกรณีใดบ้างที่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

ในด้านเทคนิคการดูแล ผู้สูงอายุที่มีรากฟันเทียมควรเน้นการแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันอย่างสม่ำเสมอ เพราะแม้ตัวรากจะไม่ผุ แต่เหงือกรอบรากฟันเทียมสามารถอักเสบและติดเชื้อได้ หากดูแลไม่ดีอาจทำให้กระดูกละลายและต้องถอดรากฟันเทียมออกในที่สุด การเข้ารับการตรวจทุก 6–12 เดือนช่วยให้ทันตแพทย์ประเมินความแน่นของราก ความสะอาด และความพอดีของฟันปลอมได้อย่างต่อเนื่อง

สุดท้าย การเลือกว่าจะทำรากฟันเทียมหรือใช้ฟันปลอมรูปแบบใดสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทยในปี 2026 ควรอาศัยข้อมูลทั้งด้านเทคโนโลยี ความเหมาะสมกับสุขภาพ อายุขัยการใช้งาน และงบประมาณที่มี ไม่จำเป็นต้องเลือกทางเลือกที่ทันสมัยที่สุดเสมอไป หากแผนการรักษานั้นสามารถตอบโจทย์การเคี้ยวที่ดีขึ้น ลดอาการเจ็บเหงือก และช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกมั่นใจในรอยยิ้มได้อย่างยั่งยืนภายใต้ภาระค่าใช้จ่ายที่รับไหว ก็ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน